บทที่ 4 ใช้ตำรวจเป็นสายให้มาเฟีย
คราวนี้ไอ้ทอมหักข้อมือผมจริงๆครับเสียงดังกร๊อบแล้วอาการปวดตุบๆก็ประดังเข้ามาทันที ผมเหงื่อแตกเม้มปากกัดริมฝีปากด้านในเพื่อกลั้นเสียงร้องเอาไว้
"อดทนดีแฮะ"มันยังนั่งไขว่ห้างมือข้างหนึ่งของมันเท้าศอกเอาไว้ที่เท้าแขนแล้วกำหมัดรองแก้มของมันเอาไว้ เหมือนกำลังมองดูของเพลินตาสบายใจอยู่
"คราวนี้ไม่ร้องเอ๋องๆเหมือนหมาน้อยแฮะ"
"จะให้ไม่ให้ มึงก็รู้ดีนะว่าถ้ากูจะเค้นเอาอะไรซักอย่างจากคนอื่น ไม่มีใครรอดซักคน"
"มึงมีปัญญาก็หาเองดิวะ หรือกระจอกจนไม่มีทางหาข่าว"ผมตวาดเสียงดัง มันพยักหน้าอีกครั้งไอ้ทอมก็ไวปานวอกครับ แทงฉึกลงบนไหล่อีกข้างของผมที่ไม่เจ็บจากการยิง คราวนี้ผมทนไม่ไหวจริงๆครับเพราะมันไม่แทงเฉยๆบิดมีดที่เสียบอยู่กับเนื้อผมด้วยน่ะสิ
"อ๊ากกกกกกกกก"
"อยู่ไหน!"
"เหี้ยเอ้ย อยู่ในกล่องใส่ข้าวไอ้บลูโน่"ผมตวาดตอบ
"หึ ก็แค่นั้น ถ้ามึงไม่บ้าบิ่นขนาดนี้มึงก็มีแค่รูกระสุนแค่รูเดียว นี่เสือกไม่รู้ตัวเอง"มันพยักหน้าให้ไอ้ทอมเดินไปที่ห้องครัวด้านในค้นรื้อของจนตกเกลื่อนกระจายเสียงดัง ไอ้บลูโน่ได้ยินเสียงก็เห่าไม่หยุดพยายามจะออกมาจากห้อง มันเดินมานั่งยองๆข้างๆผมที่นอนตะแคงกุมไหล่ที่มีมีดเสียบอยู่
"เจ็บมั๊ย"
"........."
"กูถามว่าเจ็บหรือเปล่า"มันไม่พูดเปล่าครับมือมันจับด้ามมีดเอาไว้แล้วแทงให้ลึกเข้าไปอีก
"อ๊ากกกกกกกกไอ้เหี้ย"
"อ้าวก็พูดได้นี่นา กูถามว่าเจ็บมั๊ย"ผมนี่เจ็บจนหน้ามืดไปวูบหนึ่ง
"มึงจะถามทำส้นตีนอะไร ลองโดนแทงมั่งมั๊ย"ผมตอบเสียงแหบ
"ก็ถ้ามึงมีปัญญานะ ลุกขึ้น"มันลุกยืนแล้วใช้ปลายเท้าเขี่ยผมที่นอนงออยู่
"กูไม่ลุก"
"ลุก!"
"............"มันเอารองเท้าคู่หรูของมันเหยียบบนปลายด้ามของมีดให้เจาะลึกลงไปอีกจนผมยอมแพ้ ยอมฝืนตัวเองลุกขึ้นมาแต่โดยดี
"อะไรอีกล่ะ"ผมอดใจไม่ไหวครับ นี่มันกล้าฆ่าเจ้าหน้าที่เชียวนะ ข้อหาร้ายแรงด้วย
"ลงไปได้แล้ว"
"ไปไหน"ผมต้องถามสิครับ มันเป็นเรื่องธรรมดาของคนเค้าทำกันว่ามั๊ย แต่ไอ้สัสนี่ไม่ธรรมดา มันเอารองเท้าของมันถีบหลังผมจนถลาออกไปนอกห้อง ผมพุงตัวไม่ถนัดถึงกับถลาไปหยุดตรงปลายบันได
"มึงจะฆ่ากูเหรอ"ผมจับราวบันไดเอาไว้ได้ทัน ไม่งั้นคงคอหักตายแล้วครับ
"นายครับ ได้มาแล้ว"
"อืม หิ้วมันไปหาเกรย์"ผมมองมันสองคนที่พูดกันแล้วทำเหมือนผมไม่มีตัวตน
"มึงจะถามกูซักคำได้มั๊ยว่ากูอยากไปหรือเปล่า"
"เสือก!"มันตอบมาด้วยน้ำเสียงเรียบแต่เจ็บสัสอะครับ ไอ้ทอมมันหิ้วคอเสื้อผมเหมือนผมเป็นเด็กตัวเล็กๆลงบันไดอย่างง่ายดาย เอาจีริงนะครับ ผมหมดแรงจะดิ้น ตอนนี้เสื้อผมชุ่มไปด้วยเลือดจากเสื้อสีขาวกลายเป็นเสื้อสีแดงไปแล้วเรียบร้อย ผมหลับตาปล่อยให้พวกมันทำตามใจเหอะครับ ถึงสู้ไปผมก็แพ้อยู่ดี มันหิ้วผมขึ้นรถนั่งข้างคนขับ ส่วนไอ้ห่านั่นนั่งด้านหลังหยิบหนังสืออะไรซักอย่างขึ้นมาอ่าน ผมเอนหลังพิงพนักเอาไว้เจ็บจนเนื้อตัวสั่น แต่จะอ่อนแอให้พวกมันเห็นไม่ได้ ไม่นานผมก็ลงมายืนอยู่หน้าคลีนิคที่ไม่คุ้นตา
"เข้าไป"ไอ้ทอมมันผลักไหล่ผมอีกครั้ง ผมถอนหายใจแล้วเดินตามหลังไอ้เหี้ยที่ล้วงกระเป๋ากางเกงเดินเข้าไปก่อน
"คุณอีริค สวัสดีค่ะ"
"เกรย์ล่ะ"ผมหยุดหลังมันที่กำลังถาม พนักงานต้อนรับสาวสวย
"หมอเกรย์อยู่ด้านในค่ะ รอซักครู่นะคะจะเข้าไปแจ้งให้ค่ะ"
"อืม"มันยืนนิ่งไม่ถึงสองนาที หมอร่างอ้วนตัวใหญ่สัญาชติจีนแต่ชื่อฝรั่งเหมือนผมกับมันเดินแบบเร่งรีบเข้ามาหา
"คุณอีริค"
"รักษาเขา"มันเบือนหน้ามาหาผมแล้วเดินไปนั่งที่โซฟาสำหรับให้ลูกค้านั่ง หยิบหนังสือที่มันหยิบติดมือขึ้นมาอ่านโดยไม่สนใจโลกอะไรเลย ไอ้ทอมเองก็ไปยืนกางขาเล็กน้อยด้านข้างมัน ขอให้ขาเป็นตะคริวไปเลยไอ้เหี้ย ผมแช่งในใจ ทั้งนายทั้งลูกน้องหน้าตายชิบหาย ผมเลิกสนใจพวกมันแล้วเดินตามหมอเข้าไปด้านใน ปล่อยให้รักษาเต็มที่ แปลกครับหอมเกรย์อะไรนี่ไม่ถามผมซักคำตามวิสัยหมอ ว่าไปทำอะไรมาถึงบาดเจ็บขนาดนี้ ผมเย็บแผลทำโน่นนี่นั่น รวมทั้งทำแผลที่ถูกยิงให้ซ้ำอีกครั้ง ผมแทบจะไม่รู้สึกเจ็บเลยครับ เข้าใจว่ายาที่หมอฉีดให้เป็นยานอนหลับอย่างอ่อนถึงทำให้แค่สะลึมสะลือเท่านั้น ไม่รู้ว่าเสร็จตอนไหนผมล้มตัวลงนอนบนเตียงคนไข้หลับตาลงแล้วก็ดับไปเลย
"เป็นไงมั่ง"
"ไม่หนักครับ ผมทำแผลให้หมดแล้ว ตอนนี้ผมฉีดมอร์ฟีนเข้าเส้นเลือดไปแล้ว คงไม่ได้สติซักพัก"
"อืม ทอมนายสั่งคนไปเอาบลูโน่ไปที่บ้านฉัน ส่วนไอ้เด็กนั่นเอาไปไว้ที่ห้องกักตัว ฉีดยาให้เขาด้วย"
"นายครับแต่เขาเป็นตำรวจนะครับ"
"แล้ว?"
"นายจะใช้เขาเป็นสายให้เราหรือครับ"
"คนโง่แบบนั้นก็ต้องตกเป็นหมารับใช้ของคนอื่นอยู่ดี ไอ้สารวัตเฉินมันไม่โง่หรอก เด็กนี่ฤทธิ์เดชไม่น้อย ไม่ยอมอ่อนให้คนอื่นง่ายๆให้เขาติดยาแล้วค่อยรักษาทีหลัง คงพุดกันง่ายหน่อย"ทอมเลยไม่โต้แย้ง มองเจ้านายยกโทรศัพท์หรูโทรหาคนผู้หนึ่ง
"ผมต้องการเก็บเจโลว เดอร์สันเอาไว้"อีริคฟังอีหฝ่ายตอบโต้แล้วยิ้มเยาะ
"อยากให้ถล่มกรมตำรวจก็ไม่ใช่เรื่องยาก แค่คนๆเดียวที่ผมอยากได้ จะไม่ให้เชียวเหรอ"อีกครั้งที่อีริคนิ่งฟังทางโน้นตอบกลับ
"ขอบคุณ"เขาตัดสัญญาแล้วเก็บโทรศัพท์เครื่องหรูไว้ด้านในสูทอีกครั้ง
"ไปเถอะ"
